1.ดนตรี reggae พัฒนาการมาจากดนตรี rocksteady 2.rocksteady พัฒนาการมาจากดนตรี ska 3.ดนตรี ska พัฒนาการมาจากดนตรี mento,Calipso & ดนตรีพื้นเมืองของชาวเกาะผิวดำใน Jamaica 4.ทั้งหมดเกิดขึ้นใน เกาะ Jamaica 5.นักดนตรี reggae ในJamaica 99% นับถือลัทธิ Rastafarism 6. ลัทธิ Rastafarism เกิดขึ้นเพราะ Marcus Garvey (ชาวJamaica เป็นผู้นำทางความคิดของชนชาวผิวดำที่อยู่ใน Jamaica ,แถบทะเล Caribbian ,south America,และในAmerica) 7.Marcus Garvey ศึกษาคัมภีร์ไบเบิ้ล แล้วค้นพบว่า คำพยากรณ์ในคัมภีร์บทหนึ่ง กล่าวไว้ว่า จะมีพระเจ้าองค์ใหม่มาจุติ ที่ประเทศ Ethiopia และจะได้เป็นกษัตริย์ ของชาว Ethiopia และแล้วก็เป็นความจริง เมื่อรัชทายาทองค์หนึ่งมีนามว่า "Rastafari Macannon" ได้ถูกสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์ โดยได้รับพระนามใหม่ว่า Haile sellassie I (Psalm 87,,,,,,,,,His foundation is in the Holy mountains.Jah Loveth the Gate of Zion more than all the dwellings of Jacob.Glorious things are spoken of thee,O city of God."I will make mention of Rahab and Babylon to them that know me :Behold Philistia ,and Tyre,with ETHIOPIA:This man was born there ."And of Zion it shall be said ,This and that man was born in her:And the Highest himself shall establish her."Jah shall count , when he writeth up the people ,that this man was born there.As well the singers as the players on instruments shall be there:all my springs are in thee..................) 8.เมื่อคำพยากรณ์เป็นความจริง ลัทธิ Rastafarism จึงได้รับการนับถือมากขึ้น โดยเฉพาะ คนยากจนชาวผิวดำใน Jamaica 9. คนยากจนชาวผิวดำใน Jamaica ส่วนใหญ่จะไม่มีงานทำ มักจะเป็น อันธพาล (Rude Boy) ส่วนพวกรักดีก็มีเยอะ พวกนี้ตัองหางานทำ งานที่ทำได้ดีที่สุดคือเล่นดนตรี ร้องเพลง 10.เมื่อพวกเขาแต่งเพลงและ ร้องเพลง มักจะกล่าวถึง ความไม่เท่าเทียมทางสังคม,สันติภาพ,ความรัก,ความงามของธรรมชาติ ,sex,party,เหล้ารัม,กัญชา, หญิงสาวผู้เป็นที่รัก ,ความยากจนข้นแค้น,โดยเฉพาะ ที่กล่าวกันมากที่สุดคือ กัญชา และ การสรรเสริญพระเจ้าของเขา นั่นคือ "Jah Rastafari" 11.การสรรเสริญ พระเจ้านั้นไม่เพียงแค่ในบทเพลงเท่านั้น แต่ลามไปถึง การแต่งกาย ,การตกแต่งเครื่องดนตรี และเวทีที่ใช้แสดง โดยใช้สัญญลักษณ์ ของกษัตริย์แห่ง Ethiopia ที่เขานับถือมาเป็นตัวแทน อาทิ 11.1 สีของธงชาติ Ethiopia Green = ผืนโลกที่อุดมไปด้วย ภูเขา ป่าไม้ แม่น้ำ Gold (Yellow) = แสงสีทองของดวงอาทิตย์ ที่ให้พลังแก่สิ่งมีชีวิตทุกชนิด Red = สีของเลือด ซึ่งสิ่งมีชีวิตเกือบจะทุกชนิดเป็นสีเดียวกัน 11.2 รูปของกษัตริย์ แห่ง Ethiopia "Haile sellassie I"(เฮเล เซลาสซี่ ไอ)" หรือ "Jah Rastsfari" 11.3 สิงโต (Lion of Judah) กษัตริย์ แห่ง Ethiopia มีสัญญลักษณ์ ประจำราชวงศ์ Judah (จูดาห์)คือ สิงโตถือคธา ซึ่งสัญญลักษณ์ นี้ ได้รับมอบหมายมาจากพระเจ้า ให้ใช้เป็นตัวแทนของ ต้นตระกูล Judah(ตระกูลมทั้งหมดมี 12 ต้นตระกูลและมี 12 สัญญลักษณ์ ทั้งหมดเป็นลูกหลานของพระเจ้า) ตั้งแต่สมัย เริมต้นศาสนายิว ใน อิสราเอล ราชวงศ์ Judah แห่ง Ethiopia นั้น เมื่อนับย้อนหลังไปจนถึงสมัยเริ่มต้นศาสนายิว ราชินี ชีบ้า แห่ง Ethiopia ได้เป็นมเหสีของ กษัตริย์ Solomon(ตระกูล Judah)แห่ง อิสราเอล เมื่อลูกหลานของราชินี ชีบ้า แห่ง Ethiopia กลับมาสู่ Ethiopia ก็ยังคงสืบเชื้อสายมาจนถึงทุกวันนี้ 12.ในปลายยุค 1970 ดนตรี reggae เริ่มเบ่งบานไปสู่ประเทศต่างๆ นำโดย Bob Maley และผองเพื่อนนักดนตรีชาว Jamaica ล้วนแล้วแต่ เป็นสาวกของลัทธิ Rastafarism ทำให้ ดนตรี reggae และ ลัทธิ Rastafarism กระจายไปสู่ทั่วทุกมุมโลก ถ้าเปรียบเทียบ Bob Marley ก็คงเป็นดั่ง ทูตแห่งสวรรค์ ที่ใช้บทเพลง reggae เป็นสื่อถ่ายทอดคำสอน และการสรรเสริญ พระเจ้าของเขา ดั่งที่มีคำกล่าวไว้ว่า "Reggae Music" music of "JAH" 13.กัญชา ชาว Jamaica ใช้กัญชามาตั้งแต่สมัยอพยพมาอยู่ Jamaica ในช่วงแรกๆ นำเข้ามาปลูกโดย ชาวอินเดีย ฮินดู ที่อพยพมาทำงานใน Jamaica พร้อมๆกับชาวผิวดำจาก Afarica (ชาวอินเดีย ฮินดูใช้กัญชาเพื่อความรื่นรมณ์ และการเข้าฌาณเพื่อเข้าถึงหรือสรรเสริญพระศืวะ) 14.ชาว Rasta อ่านคัมภีร์ไบเบิ้ล บทหนึ่งกล่าวว่า พระเจ้าทรง เสพสมุนไพรอย่างหนึ่ง มีควันพุ่งออกมาจากพระนาสิก ทำให้ชาว Rasta ตีความว่า สมุนไพรนั้นคือ กัญชา และพระองค์ยังคงสั่งไห้สาวกทำตาม หากตัองการให้เข้าถึงพระองค์ แต่กัญชากลับกลายเป็นสิ่งเสพติดที่ผิดกฎหมายในทุกประเทศทั่วโลก Jah Bless (writen by ROCKERS)